LINE Tag คืออะไร?
30 มิ.ย. 2564 927 ครั้ง

LINE Tag คืออะไร?

     ปัจจุบันนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การช้อปปิ้งสิ่งของต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านก็สามารถซื้อของได้ เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือไอแพด จากนั้นเข้าแอพพลิเคชั่นหรือเว็บขายของก็สามารถซื้อของได้ง่ายๆ 

     แต่การแข่งขันที่ดุเดือด จริงๆ แล้วเป็นการแข่งขันของตลาดออนไลน์ การจะประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ ย่อมต้องมีเครื่องมือการทำงานที่พร้อม ถึงจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีขึ้น ตอนนี้ธุรกิจไหนที่มีเว็บไซต์บอกเลยว่าฟีเจอร์ใหม่ของ LINE OA จะทำให้การ Broadcast ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมกับวัดผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ใหม่นี้ชื่อว่า LINE Tag

     LINE Tag คือ การ Tracking สำหรับ Link ข้อมูลบน Website เข้ากับ LINE OA เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจพฤษติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น จากการที่เราส่งลิ้งก์ทางไลน์(Broadcast Message) แล้วลูกค้าคลิ๊กเข้าไปที่เว็บไซต์ เราจะได้รู้ว่าหลังจากที่เขาคลิ๊กเข้าไปแล้วเขาได้กระทำบางอย่างตามที่เราตั้งใจไว้หรือไม่ (Conversion)

     LINE Tag เป็นฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยเมื่อติดตั้งร่วมกับเว็บไซต์ของธุรกิจ ก็จะเพิ่มขีดความสามารถของ LINE Official Account ไปอีกขั้นหนึ่ง ในอดีตเมื่อเรา Broadcast Message ออกไป เราจะรู้เพียงว่ามีการเปิดอ่านหรือคลิกข้อความที่ส่งไปเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เราสามารถใช้ LINE Tag ในการ Tracking Conversion ให้รู้ว่าปลายทางลูกค้าไปจบที่จุดไหน เพื่อให้ทุกการ Broadcast Message กลับมาเป็นประโยชน์ที่สุดกับธุรกิจของเราและรู้ว่าใครคือ Value User ของเรากันแน่


การติดตั้ง Line Tag บนเว็บไซต์
1. เข้าใช้งาน Line OA Manager ที่เว็บไซต์ https://manager.line.biz/ 

2. เมื่อ Log-in เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้กดเข้าไปที่บัญชีที่เราต้องการทำรายการ

3. จากนั้นสังเกตุเมนูด้านซ้ายมือ เลือกเมนู Data Controls --> Tracking (LINE tags) ตามภาพ

4. จากนั้นเลื่อนหน้าจอลงมา เราจะเห็นในส่วนของ Code Line Tag ประกอบไปด้วย Code 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่ง Code แต่ละส่วนนี้เราจะเอาไปติดตั้งบนเว็บไซต์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องติดทุกอัน ใช้เท่าที่เราจำเป็น ได้แก่
     4.1. Base Code เป็นโค้ดพื้นฐานจำเป็นที่จะต้องติดตั้งในเว็บไซต์เป็นอันดับแรก เพื่อนับจำนวนคนที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ และนำไปสร้างกลุ่มเป้าหมายคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ได้ จำเป็นที่จะต้องติดในระหว่าง <head> </head> (ในส่วนนี้ถ้าหากเราใช้งาน Google Tag Manager จะง่ายกว่าการติดตั้งแบบ Hard Code)

     4.2. Conversion Code เป็นโค้ดที่เราใช้กำหนดวัตถุประสงค์ว่าเราจะเก็บเหตุการณ์อะไร แต่แนะนำว่าส่วนนี้ควรกำหนดให้เป็น Conversion หลักที่เราต้องการ เช่น คนที่ขายสินค้าบนเว็บไซต์ อาจกำหนดค่า Conversion นี้เป็น Purchase จะดีกว่า

     4.3. Custom Event Code เป็นโค้ดที่เรากำหนดเองเช่นกัน สามารถกำหนดได้สูงสุดที่ 100 Event ต่อหนึ่งบัญชี ซึ่ง Event ที่เราควรกำหนดควรเป็น Event รอง เช่น Add to Cart หรือสมัครสมาชิก เป็นต้น

** หมายเหตุ : ในการใส่โค้ด Line Tag บนเว็บไซต์นี้ อาจจะต้องให้ผู้ที่มีความรู้เรื่องการเขียนเว็บไซต์ หรือติดตั้งผ่าน Google Tag Manager

  • แชร์ :